สภากลาโหมเดินหน้าขับเคลื่อน ๓ นโยบายเร่งด่วน ‘ชายแดน–อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ–ทหารอาสา’ ยกระดับความมั่นคงควบคู่คุณภาพชีวิตประชาชน
เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๐ น. พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙ ณ ห้องภาณุรังษี ในศาลาว่าการกลาโหมโดยมีปลัดกระทรวงกลาโหมผู้บัญชาการเหล่าทัพและสมาชิกสภากลาโหมเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงเพื่อพิจารณาและติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศ

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม/ประธานสภากลาโหม ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานในการจัดกิจกรรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ รวมทั้งการยืนร่วมส่งเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ถึงศาลาว่าการกลาโหม และการเข้าร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมพระศพฯ ในห้วงเวลาที่ผ่านมา

          นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม/ประธานสภากลาโหม ได้เข้าร่วมการประชุม IISS Shangrila Dialogue ครั้งที่ ๒๓ ณ ประเทศสิงคโปร์ ระหว่าง ๒๘ - ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ซึ่งเป็นเวทีการประชุมที่สำคัญด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค โดยได้มีโอกาสพบปะ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหมและผู้นำด้านความมั่นคง จำนวน ๘ คน จาก ๗ ประเทศ (สหรัฐอเมริกา อิตาลี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย เวียดนาม มาเลเซีย เกาหลีใต้) นับเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นำไปสู่ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต

          ที่ประชุมฯ ได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ๓ เรื่อง ภายใต้นโยบายเร่งด่วน ๕ ข้อ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกอบด้วย
          ๑) การพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดน ภายใต้แนวคิด “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์” ซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานของกองกำลังป้องกันชายแดนทั้ง ๘ กองกำลัง ครอบคลุมเส้นทางคมนาคม แหล่งน้ำ ระบบไฟฟ้า และสัญญาณโทรศัพท์ พร้อมทั้งเร่งรัดการพัฒนาเส้นทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในพื้นที่ชายแดน รวมถึงการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม

          ๒) การขับเคลื่อนนโยบายด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งกระทรวงกลาโหมกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการเสริมสร้างการพึ่งพาตนเองด้านความมั่นคง โดยเตรียมจัดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย (THAIDEF-EX 2026) ระหว่างวันที่ ๘ – ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ อาคารอเนกประสงค์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พื้นที่ศรีสมาน เพื่อเป็นเวทีบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนสถาบันการศึกษา และหน่วยงานด้านการวิจัย ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านความมั่นคงของประเทศ

          ๓) นโยบายทหารอาสา ที่ประชุมฯ ได้รับทราบความก้าวหน้าการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และแนวทางการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบทหารกองประจำการแบบสมัครใจในระยะยาวโดยมีเป้าหมายเปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์และพัฒนาสิทธิประโยชน์สวัสดิการและโอกาสในการพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่กำลังพลเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนเข้ารับราชการทหารมากยิ่งขึ้น

          นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ได้รับทราบการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน และความเคลื่อนไหวด้านความมั่นคงในภูมิภาคเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายและการเตรียมความพร้อมในการปกป้องอธิปไตย รักษาผลประโยชน์ของชาติและสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ประชาชนโดยที่ประชุมย้ำให้ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมบูรณาการการปฏิบัติงานผ่านศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ศบค.ชด.) ซึ่งมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็น ผู้อำนวยการฯ เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างมีเอกภาพรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

          โอกาสนี้ประธานสภากลาโหมได้มอบนโยบายและข้อสั่งการสำคัญแก่หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ ได้แก่ การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ อย่างสมพระเกียรติ รวมทั้งได้กล่าวเน้นย้ำการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานของศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ศบค.ชด.) การเร่งรัดนโยบายอุตสาหกรรมป้องกันประเทศการขับเคลื่อนระบบทหารอาสา การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี ๒๕๖๙ การติดตามสถานภาพความพร้อมด้านยุทโธปกรณ์และการสนับสนุนภารกิจป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลอย่างเต็มกำลัง

          พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม/ประธานสภากลาโหม ย้ำว่า กระทรวงกลาโหมจะเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักการ “ความมั่นคงของชาติ ต้องเดินควบคู่กับความมั่นคงของประชาชน” โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ชายแดน การเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ การพึ่งพาตนเองด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการพัฒนากำลังพลให้มีความพร้อมรองรับความท้าทายด้านความมั่นคงในอนาคต
รูปกิจกรรม